กาญจนิ๊ อ๊ะอ๊ะ กาญจนะ อิ๊อิ๊

ทักทาย

ปกติผมจะเขียนบันทึกลงใน Facebook ครั้งนี้ผมจะลองเขียน Blog ดูบ้างตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ซึ่งก็ดีเกินคาด ผมสามารถนำรูปที่ผมถ่ายหลายๆรูปมาใส่และเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้

และขอฝากบันทึกของโปรเต้ไว้กับแฟนๆด้วยนะในตอนที่มีชื่อว่า

กาญจนนิ๊ อ๊ะอ๊ะ กาญจนะ อิ๊อิ๊

ตั้งชื่อตอนโดยยายติ๊ดตี่

พิกัด

ช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ พวกเรากลุ่มกินข้าวไหนดีได้จัดทริปหนีร้อนไปเที่ยวที่แพกาญจนบุรี โดยที่พักที่พวกเราเลือกนั่น คือ

อนันตาริเวอร์วิลล์รีสอร์ท

ซึ่งอยู่บนเขื่อนศรีนครินทร์นั่นเองครับ

ออกเดินทาง

การเดินทางใช้เวลาทั้งหมด 3-4 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ จุดหมายแรกที่พวกเราไปคือ ร้านคีรีมันตรา ซึ่งติดรางวัล Wongnai User Choice ในตัวเมืองกาญจนบุรี

ความอร่อย คัดสรรได้

ร้านคีรีมันตรา ร้านมีขนาดใหญ่ ฝั่งหนึ่งเป็นร้านอาหาร อีกฝั่งหนึ่งเป็นร้านกาแฟ และที่สำคัญลานจอดรถสำหรับลูกค้านั่นกว้างมาก หมดปัญหาเรื่องที่จอดไปได้เลย

พวกเราเริ่มต้นโดยเข้ามาที่ร้านกาแฟกันก่อนเพื่อนั่งฆ่าเวลารอรถอีกคันหนึ่ง ภายในตัวร้านใช้ไม้ตัดกับโทนสีเทา หรูหราสไตล์ Loft ปลอดโปร่ง สามารถรองรับลูกค้าได้หลายที่เลย

พอพวกเราได้ที่นั่งกันเรียบร้อยก็เริ่มทยอยสั่งอาหาร ไม่กี่นาทีต่อมา (ไม่เกิน 10 นาที) พนักงานก็ทยอยยกอาหารมาเสิร์ฟแล้ว ซึ่งทำให้ผมประทับใจในระดับหนึ่ง และแล้วของที่ผมสั่งก็มา นั่นคือ ไอศกรีมซอฟท์เมล่อน

สีดูน่ากินแต่รสชาตินั้นแอบผิดหวังหน่อยๆ เพราะโยเกิร์ตนั้นกลบกลิ่นเมล่อนไปเยอะเลย พอพวกเราทานเครื่องดื่มกันเสร็จ รถอีกคันก็มาถึง พวกเราก็ย้ายไปส่วนของร้านอาหาร เพื่อทานอาหารกลางวันกันต่อ

กินหวานแล้วจะไม่กินคาวได้อย่างไร

พวกเราสั่งอาหารไปประมาณ 10 อย่าง จำไม่ได้ ภาพรวมพอใช้ได้แต่ที่อร่อยก็มี

  • แกงส้มชะอมไข่ รสชาติเข้มข้น
  • ไก่อบสมุนไพร หอมมันติดเนื้อ
    ยำถั่วพลู

ส่วนราคาอยู่ในระดับกลางๆ เบ็ดเสร็จตกคนละ 220 บาท จากนั้นพวกเราก็ถ่ายรูปรวมสักรูป ก่อนเดินทางไปยังที่รีสอร์ทต่อ

และที่ประทับใจอีกอย่างก็คงเป็นนี่ล่ะ

หญ้าเขียว วิวสวย ห้องน้ำหรูหรา คีรีมันตรา

บ้านปลากด

พวกเราได้เดินทางต่อไปยังรีสอร์ท เส้นทางจากนี้เป็นถนนเลนเดียว รถไม่เยอะแต่แซงค่อนข้างยาก ถนนเส้นนี้สองข้างทางเป็นป่า ภูเขา และทางขึ้นไปเหนือเขื่อนก็มีความชันในระดับหนึ่งจึงทำให้พวกเราใช้เวลาเดินทางไปอีก 1 ชั่วโมงกว่า จนถึงรีสอร์ท

ทางเข้ารีสอร์ทนี่ค่อนข้างแคบรถสวนทางได้ยาก ไม่เหมาะกับรถใหญ่เป็นอย่างยิ่ง แต่พวกเราขับแต่รถคันเล็กมาจึงไม่ใช่ปัญหา ลานจอดของที่พักมีขนาดเล็กและจอดยาก เนื่องจากเป็นทางชัน ซึ่งมันไม่เข้ากับขนาดของรีสอร์ทเลย

หลังจากที่เราได้ที่จอดรถ พวกเราก็ขนสัมภาระเข้าที่พัก โดยห้องพักของที่นี่จะตั้งชื่อตามปลาน้ำจืด จะมีความน่ารักหน่อยๆ ซึ่งบ้านที่เราจองไว้ คือ บ้านปลากด

ปลากด

กิจกรรมทางน้ำ

พวกเราถึงบ้านปลากดประมาณบ่าย 3 โมง เมื่อขนสัมภาระเข้าห้องเสร็จ พวกเราก็เริ่มทยอยเปลี่ยนชุดเตรียมลงน้ำ รีสอร์ทที่นี่มีกิจกรรมทางน้ำหลายอย่าง เช่น เครื่องเล่นทางน้ำ พายเรือแคนู และแพเปียก ที่กล่าวมาข้างต้นคือรวมในแพ็คเกจของที่นี่แล้ว

ทุกคนเริ่มทยอยใส่ชูชีพและลงน้ำกันแล้ว

และพวกเราเริ่มจากเครื่องเล่นทางน้ำก่อน ลุย!

พอเสียงประกาศจากทางรีสอร์ทให้เราไปนั่งแพเปียกได้ดังขึ้น พวกเราก็ออกไปรอทันทีในเวลาบ่าย 4โมงเย็น

ซึ่งทำให้พวกเราเสียเวลาเป็นอย่างมาก

เรานั่งรอบนแพเปียกครึ่งชั่วโมงได้ แพถึงออกไปยังกลางเขื่อน พอถึงจุดที่แพหยุดให้เล่นน้ำ ก็มีแพเปียกจากรีสอร์ทอื่นเข้ามาแจมด้วยอยู่ห่างๆ ตรงจุดนี้มีสายย่อก็ใส่กันเต็มที่ ขยับเอว ส่ายสะโพกโยกย้าย จนผมเริ่มเห็นกลุ่มเมฆครื้มมาไกลๆ ทันใดนั้นสภาพอากาศจากร้อนเปลี่ยนเป็นเย็นในทันที

ฝนตก

คนลากแพเปียกจึงเริ่มลากพวกเรากลับอย่างช้าๆ ขณะที่ฝนเริ่มซา เมื่อกลับถึงฝั่งฝนก็เริ่มตกหนักขึ้น พวกเราจึงรีบเดินกลับบ้านพักไปหลบฝนรออาหารเย็นกัน ซึ่งเปิดให้เริ่มทานตั้งแต่ 6 โมงครึ่งเป็นต้นไป

มื้อเย็น

เมื่อถึงเวลาพวกเราก็เดินผ่าสายฝนไปนั่งกินข้าวเย็นกันทันที

เออไหนๆก็เปียกละ ได้ฟิลไปอีกแบบ

มื้อเย็นของพวกเราเป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารไทย ซึ่งอาหารคาวมีปลากระพงทอดน้ำปลา ต้มพะโล้ ขนมจีน ข้าวเกรียมปากหม้อ ส้มตำและลาบหมู ส่วนของหวานจะมี เฉาก๊วยและผลไม้กระป๋อง

เมื่อทานเสร็จเราก็กลับบ้านพัก ทำธุระส่วนตัวและออกมารวมกันที่หน้าบ้าน เพื่อนั่งชิลล์ฆ่าเวลารอพี่บอยซึ่งกำลังเดินทางหลังจากเสร็จภารกิจ

ในตู้เย็นเราเจอขวดเบียร์ Heineken อยู่หนึ่งขวดเมื่อตอนเข้าที่พัก ซึ่งเราก็ตรวจจนแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่ของที่พัก คงมีคนลืมเอาไว้

Lucky! เบียร์ฟรี

แล้วเราก็เปิดดื่มกัน โดยสมาชิกร่วมดื่มมีผม สไปร์ท พี่ด๋อย พี่เล็กและที่ตกใจคือโบ๊ทที่เมื่อก่อนไม่กินเลย มาวันนี้เป็นคนยกชน การกินเบียร์ท่ามกลางสายฝนแบบนี้

ทำไมมันอร่อยจังวะ? ต่อสิครับรออะไร

ก่อนที่ผมจะตัดสินใจไปซื้อเบียร์ พี่บอยก็มาถึงทุกคนต่างถามพี่บอยว่าเดินทางมาเป็นอย่างไรบ้าง พี่บอยเล่าว่า

ทางขึ้นเขื่อนนั้นมืดและค่อยข้างอันตราย

เป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงเดินทางตอนกลางคืน หลังจากนั้นพี่บอยก็ได้ไปทานข้าวกับพี่ด๋อยและติ๊ดตี่ ส่วนผมก็ไปซื้อเบียร์มาเพิ่ม

หมาป่า

และเวลาที่ลอยคอ รอคอย! ก็มาถึง เกมในโด่งดังที่ทุกคนรู้จัก พวกเราจะเล่นทุกครั้งเมื่อออกทริป นั่นคือเกม Ultimate Werewolf หรือเกมหมาป่า ซึ่งครั้งนี้ผมได้ลงไปเล่นด้วยเป็นครั้งแรกหลังจากเป็นแต่ผู้ดำเนินเกม (Moduletor) มาตลอด เพราะตั้งใจจะลงไปเล่นด้วย ผมจึงเตรียมโพยแต่ละบทบาทมาพร้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ Mod ที่มาเป็นแทนผม เพื่อผมจะได้เล่นเกมอย่างสบายใจอีกด้วย และเวลาล่วงเลยยันตี 1 กว่าๆ

พวกเราจึงแยกย้ายไปนอนกัน

อรุณสวัสดิ์

ผมได้ตื่นตอน 7 โมงเช้า ทุกครั้งที่ผมได้มาเที่ยว ผมจะตั้งใจลุกขึ้นมาสูดอากาศตอนเช้าๆ เพราะอากาศต่างจังหวัดดีกว่ากรุงเทพมากๆ ผมเดินออกมาหน้าแพ ผมเจอพี่เล็กนั่งอยู่คนเดียว ผมจึงไปนั่งกับพี่เล็กด้วย พวกเรานั่งคุยไปได้สักพักหนึ่ง พี่เล็กเลยชวนไปพายเรือ ผมจึงไปปลุกโบ๊ทกับสไปร์ทและชวนไปพายเรือด้วยกัน

เมื่อผมพายเรือกลับมาที่บ้านพัก ทุกคนก็ตื่นกันเกือบหมดแล้ว พวกเราจึงไปทานข้าวเช้ากัน อาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ แต่ที่นั่งของเราพิเศษหน่อย เป็นโต๊ะอาหารแบบญี่ปุ่นและด้านล่างมีปลาคาร์ฟตัวโตว่ายไปว่ายมาให้เราได้ชื่นชมกัน

พอทานกันเสร็จ พวกเราก็ไปเล่นน้ำกันต่อ

แรงเหลือจริงๆ

หลังจากได้เล่นน้ำกันหนำใจ เราก็เก็บสัมภาระเตรียมกลับบ้านกัน และถ่ายรูปหมู่เก็บไว้สักหน่อย

เดินทางกลับ

ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราก็แวะทานมื้อกลางวันกันที่

ร้านบ้านต้นน้ำ

มื้อนี้เราสั่งประมาณ 6 อย่างได้ แต่สั่งอย่างละ 2 ชุด ซึ่งอาหารที่เราสั่งไปมี

  • ไข่เจียวกุ้ง
  • เต้าเจี้ยวหลน
  • ต้มยำปลาคัง
  • ผัดผัก
  • ปีกไก่ทอด
  • ผัดอันนี้จำไม่ได้
  • เมื่อทานกันเสร็จ น้องเบนซ์กับพี่ออมขอตัวกลับก่อน ส่วนพวกเราจะกลับไปซ้ำ ร้านคีรีมันตราอีกครั้งเพราะว่าเรายังไม่ได้ทานขนมกัน ว่าแล้วชวนชมขนมของร้านนี้กันได้เลย
  • ผมคงยกให้น้องเต่าเป็น The Best of Dessert ของทริปนี้เลย เพราะน้องเต่ามีกระดองที่กรอบและเคลือบไปด้วยช็อกโกแลต แถมไส้ในน้องเต็มไปด้วยสังขยาหอมเมล่อน และหญ้าที่น้องเต่ายืนอยู่นั้นถูกถอนจนหมดเกลี้ยงเลย โดยเหลือเพียงแค่ไม้กระดานโล่งๆ ไม่ต้องบอกว่าอร่อยก็รู้เลย ว่าอร่อยมากใครมาเที่ยวกาญและมีโอกาสแวะมาที่นี่ต้องสั่งให้ได้นะครับ
  • หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เป็นทริปสั้นๆ แต่เน้นพักผ่อนเป็นหลัก ผมเองอยากเที่ยวสัก 3-4 วัน เอาให้หายอยากกันไปเลย ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันครับ พบกันใหม่ตอนหน้ากับบันทึกของโปรเต้ สวัสดีครับ…
  • ขอขอบคุณ

  • เรียบเรียงโดย เมย์เดย์
  • รูปภาพโดย โปรเต้ & พี่จูน
  • Leave a Reply

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

    Google photo

    You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

    Connecting to %s